JAPPiE 的个人资料▌▌▌J.A.P.P.i.E ▌▌▌照片日志列表更多 ![]() | 帮助 |
|
2007/4/17 อะไรของกูไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับสเปซมานานนับเดือนเชียวหรือนี่
แท็กเทิ้กอะไรกูไม่รู้หรอก เพราะหน้าสเปซตัวเองยังไม่ได้เข้าเลย เบื่อแล้วอ่ะ ขี้เกียจกะจะปล่อยมันทิ้งไว้ (เหมือนกับที่ทำอยู่เรื่อยมา) แต่วันนี้ มาอัพสเปซเพราะ... กูโคดดดดดเปลี่ยววววววว
เป็นไรไม่รู้ เบื่อๆ เซ็งๆ
เป็นไรไม่รู้ ชอบน้อยใจไม่เข้าเรื่อง ชอบไปคิดว่าทำไมคนนี้ถึงหยั่งงู้น คนนู้นถึงหยั่งงี้
ทั้งๆที่...อาจจะ...คิดมาก...ไปเองก็ได้ ทีตอนคนอื่นมาปรึกษา/บ่นเรื่องคนนู้นคนนี้ กูชอบมองโลกในแง่ดี
นึกสถานการณ์ดีๆที่อาจเป็นไปได้ต่างๆนานามาบอกเค้า แก้ตัวแทน ทีเรื่องของตัวเอง กูกลับมองโลกในแง่ร้ายทุกที
กลัวถูกเกลียด กลัวถูกแอนตี้ กลัวคนไม่รัก กลัวคนลืม อะไรของกู?!
2007/3/2 BABELวันอังคารหลังสอบ Int. Eng. Lit. ไปดู BABEL มา
หนังอะไรวะ สนุก+ดีหรอกนะ แต่โคตรรรรรรรรรรเครียดเลย
ทั้งภาพทั้งเสียงทำเอาเวียนหัว ออกจากโรงนี่ปวดหัวตุ้บๆเลย
แล้ว theme ของหนังมันคือ Lack of Communication ใช่มะ
เมื่อวานชั้นเลยเจอ Lack of Communication กับตัวเองเลย
ตอนบ่ายสามไปสมัครงานขายหนังสือกับอูโณ่ แล้วก็กลับมาสยาม
แล้วนั่งรถไปปิ่นเกล้าต่อ ระหว่างทางพ่อโทรมาถามว่าอยู่ไหน
ก็บอกพ่อไปว่าอยู่หลานหลวง (ขณะนั้นเลยเวลานัดมาแล้ว)
พ่อก็ตกใจ ถามเสียงดัง ไปทำไมหลานหลวง ตอนนี้พ่ออยู่อังรีดูนังต์
-ตึ๊ง-
ตอนบ่ายพ่อบอกว่า เดี๋ยวจะไปรับห้าโมงครึ่ง
แต่ชั้นเข้าใจไปว่า เจอกันห้าโมงครึ่งที่ปิ่นเกล้านั่นเอง
มัน BABEL จริงๆค่ะ
จบข่าว
ปล. ค่ารถเมื่อวาน แค่เดินทางในตัวเมืองก็กินไปแล้วร้อยกว่าบาท
ไม่มีตั๋วเดือนรถไฟฟ้าก็งี้แหละ ถ้าไม่ได้งานนี้ชั้นจะโกรธมาก (เสียดายค่ารถ TT )
ปล.2 เพราะดู BABEL ชั้นเลยเป็นตากุ้งยิงเลย
ปล.3 (What a Suck) Summer! : by Edith Wharton
2007/2/12 100万回の KISSGLAY
昔から人は言葉に頼らずに 想いや恋心 伝えてきたんだ
現代に生きる 僕達の悩みとは 情報が多すぎて とまどうばかりで 都会の海に 浮かぶ小舟に 乗り合わせた 2人はきっと 偶然じゃない この KISS は 愛を伝えるだけじゃなく
あなたの切なさ あなたの淋しさ 全て 唇を 伝ってくるよ 決して 楽じゃない 暮らしの 終わりに 彩りのような やさしい KISS をしよう いつからか夢は現実にハジかれて しょうがないからと 黙り込んだ
そんな風な 僕は子供の頃に見ていた 正義の味方より 仮面をかぶってる すぐじゃなくてイイ 急がなくてイイ 言葉じゃないやさしさが ホラ 胸を しめつける この KISS は 愛を感じるだけじゃなく
あなたの喜び あなたの悲しみ 鈍感な 僕に 伝えてくれるよ 時々 あなたを 傷つけて しまうけれど 届けて欲しい 変わらない この想いを uh 永遠など 信じちゃいないよ
uh 僕らは 100万回の KISS を数えて 生きてゆこう この KISS は 愛を伝えるだけじゃなく
あなたの切なさ あなたの淋しさ 全てが 唇を 伝ってくるよ 決して 楽じゃない 暮らしの 終わりに 彩りのような やさしい KISS をしよう やさしい KISS をしよう 2007/2/4 รัก รักเมื่อวานไปซ้อมดนตรี*มา เพลง รัก รัก ดังก้องอยู่ในหูตลอดเลย
ยังไม่ปึ้กเลยอ่ะ อีกสองวัน ได้ข่าวว่าช่วงนี้ก็ยุ่งๆ ต้องทำหลายสิ่ง ไม่มีเวลาไปซ้อมนักหรอกนะ
(*ซ้อมดนตรี...ฟังดูเท่เนอะ เหอๆ ที่จริงกูก็เล่นห่วยๆ)
น้องมิ้นท์บอก "พี่ญี่ปุ่นเท่" ด้วย
กรี๊ด...เขินนะ มีสาวน่ารักชม
เฮ้อ...เพ้อเจ้อเสียเวลา
ไปทำงานต่อดีกว่า T^T
อีดิท
อู้ ขี้เกียจทำงานแล้ว มานั่งอัพสเปซดีกว่า
พรุ่งนี้ต้องเล่นจริงแล้ว เล็บก็ตัดซะสั้นกุดแล้ว แต่ก็ยังต้องตัดอีก
วันนี้นั่งเพ้นท์เสื้อให้พี่ๆด้วย เละใช้ได้ ทั้งเสื้อพี่และเสื้อคนเพ้นท์
เหอๆๆ เอาน่า ตลกๆ
พรุ่งนี้ก็คงเป็นวันที่ยุ่งขิง เดินสายไม่ว่างเว้นเฉกเช่นวันนี้เป็นแน่
(ลาน้อง,อาร์ทส์คอนเสิร์ต,บายเนียร์...รวมขั้นเตรียมของ)
เอาเถอะน่า ผ่านพ้นสัปดาห์นี้ไปกคงจะสบายแล้วมั้ง (เหรอ?)
เซ็งว่ะ จน
ป.ล. เสาร์นี้จะดู ROUGH และ จุรี จันสอน หญิงแกร่งแห่งลำลูกกา---ละครเฟมินิสต์ หาบัตรได้ที่อักษร น่าดูๆ
ป.ล. จะรักให้เธอลืม....กะเทยทุกคนนน
2007/1/21 ว่าด้วยเรื่องงานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 63อย่างกระชับ
→ งานเสร็จทัน แม้จะไม่ได้โทรไปขอเบอร์เสื้อนักกีฬาที่ผู้ช่วยโค้ชก็เถอะ → เข้าใจผิดคิดว่า เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง คือ เสนาหอย ดีนะที่ชั้นไม่ได้ไปอยู่กับโฆษกแล้วบอกให้เค้าพูดออกอากาศน่ะ -_-" → แต่ก็ว่าไม่ได้ ก็ขบวนเค้าไม่คักหน้าตาคนเดินเลยนี่นะ ^^ → ปลื้มพี่เจฟฟรี่ของจริง → วันจริงใส่เสื้อเขียวไปเพราะกะไปเปลี่ยนเสื้อสต๊าฟเต็มที่ แต่ด้วยความห่วยของฝ่ายเสื้อเลยไม่ได้เสื้อสต๊าฟ เขียวเสร่อมากเลยต้องยืมเสื้ออูนมาใส่ → ฝ่ายเรา 17 ชีวิตไม่ได้เสื้อสต๊าฟซักกะตัว (ตามจริงต้องได้คนละสองตัว) อย่างกะโดนกลั่นแกล้ง โกรธๆ → ขายเสื้อบอลได้ห่วยมาก เริ่มขายช้า ของน้อย กระจายขายได้ไม่ทั่วถึง กลายเป็นของหายาก → บริเวณรอบๆงานก็ไม่มีขายเสื้อบอล (ทั้งๆที่มันควรจะมีป่ะ?) → ไม่มีเสื้อบอลให้สื่อ แต่แจกฟรีให้เด็กวิศวะที่แบกเสลี่ยงทุกคนเลยนะ เลิศ! → โค้ดไม่สวย แอบเสิร์ด แถมพอแปรผิดก็ไม่มีคนเตือนให้เปลี่ยน → มธ.จะบล๊อกกูอีกนานมั้ย? (a kind of trick/cheat?) → นอกจากน้องนัทนิสิตดีเด่นจะสามารถแย่งเชียร์ทิฆัมพรพูดได้+แต่งเนื้อหาแถๆให้ฝ่ายโค้ดแล้ว ยังเน้นคำว่า "อักษรศาสตร์" ทุกครั้งที่พูดถึง(อย่างออกนอกหน้ามากๆ)อีกด้วย → พี่หอยประธานเชียร์เป็นเหมือนดารา (อย่ามาลูบหัวหนูมากนะ เดี๋ยวหวั่นไหว 55) → นาเดียน่ารัก ป้าดาก็น่ารัก ชวนคุยนู่นนี่นั่นโน่น(จำเนื้อหาสาระไม่ได้แล้ว) ถ่ายรูปคู่มาด้วย → โยนวอให้เดือนถือ เพราะชั้นถือมาบ่อยแล้ว ;P → ลีดเต้นเพลงตลกได้น่ารักมากเลย เพลงที่เต้นก็อย่างเช่น ไอ้บ้าไอ้บี้ไอ้โบ้ไอ้เบ้ แช่แว้บ เป็นต้น → นับถือคนใส่ส้นสูงเต้นจริงๆ → ยังไม่ได้ซื้อเสื้อบอลเลย ทั้งของสองมหาลัย → ต้องเบิกค่าโทรศัพท์ → ปวดขาโคด ◎ รวมๆแล้วก็ไม่เหนื่อยอย่างที่คิด โชคดีที่ไม่ต้องไปทำส่วนที่ต้องตบตีกับธรรมศาสตร์ ปีหน้าทำอีกดีมั้ยนะ 55 (ไม่สนงานปฏิคมแล้ว เพราะเห็นแล้วว่ามันน่าเบื่อ) ป.ล. ชอบแสง ฉาก และการนำเสนอมากๆ ชอบคาลิบันด้วย แม้คาลิบันจะบอกว่าเราหน้าเหมือนทักษิณ+อุ๊งอิ๊ง(เป็นคนที่สองแล้ว)ก็ตาม ป.ล.2 หยุดกีฬามหาลัยต้องมาช่วยพี่ๆทำของไปค่าย ซ้อมเบสและไปค่ายอิตาเลียน สรุปว่า..ชั้นได้หยุดมั้ยเนี่ย?!
2007/1/17 ทุกข์จรทุกข์จร :
๑. ต้องสอบ syntax ใหม่ เนื่องจากข้อสอบเมื่อตอนมิดเทอมถูกขโมยไปพร้อมกับโน้ตบุ๊คของอาจารย์ เซ็งทำไม? มั่นใจในการสอบครั้งที่แล้วว่าจะทำได้คะแนนดี ฤ?....ก็เปล่า แต่เรื่องของเรื่องคือ ขี้เกียจอ่านหนังสือใหม่ ต่างหากล่ะ
วิชานี้-เหมือน-จะเป็นวิชาง่ายๆ แต่ก็ท่องกันชิบหายนะคุณ แม้จะท่องน้อยกว่า elem แต่ก็ต้องมี+ทบทวนความรู้ elem อยู่ดี (elem ที่กูได้ C+ น่ะ) สรุปคือ ต้องต้มหนังสือทั้งสองวิชา (เหนื่อยสองเท่า) ๒. หยุดกีฬามหาลัยวันที่ 19-26 ม.ค. แต่ต้องหากิจกรรมทำ กิจกรรมที่อยากทำที่สุดคือทำความสะอาดตึก จัดห้องก๊อซไรงี้ แล้วไง? วันที่เค้าทำกันคือวันที่ 25 ซึ่งตรงกับค่ายอิตาเลียน...จบข่าว ๓. สืบเนื่องมาจากหยุดกีฬามหาลัยมีกิจกรรมอักษรสัมพันธ์ หัวปีมีหน้าที่ต้องหานักกีฬา ลำพังแค่วันหยุดก็เป็นอุปสรรคพออยู่แล้ว (ไม่มีใครอยากออกจากบ้านเพื่อมาแข่งกีฬาอย่างเดียวหรอก) มันยังเสือกไปชนกับค่ายอิตาเลียนกับค่ายสเปนอีกนี่สิ!!! ดอกมาก นักกีฬาที่หาไว้ก็มาจากสองเอกนี้ทั้งนั้น สรุปคือ ต้องหาใหม่หมด!
แล้วยังต้องคอยคุมนักกีฬาอีก ได้ข่าวว่าไม่อยู่ทั้งสองวัน
ต้องโบ้ย.........แต่ไม่อยากโบ้ย ถ้าปัญหามากนัก หาคนแข่งไม่ได้ก็สละสิทธิ์ไม่เล่นแล้วนะแม่ง เบื่อ! ๔. วันเสาร์ที่ 20 นี้มีงานบอล ทำหน้าที่เป็นประสานโฆษก อีฝ่ายต่างๆก็ไม่ยอมส่งข้อมูลก็ยังไม่ส่งข้อมูลเลยยังเขียนสคริปต์ไม่ได้ แถมวันจริง ไปๆมาๆรู้สึกว่าเป็นงานยิ่งใหญ่อีก ต้องกระตือรือร้นตลอดเวลา แต่ตอนนี้ชั้นแก่แล้ว....ไม่ได้ไฟแรงเหมือนเมื่อก่อนแล้วนะ เซ็ง ๕. ต้องอ่านนิยายเรื่อง Summer ของ Edith Wharton
เปิดเวบหาซัมมารี่ ไปเจอเวบนึง เจ๋งมาก มีซัมมารี่ให้ แต่....ถ้าอยากอ่านซัมมารี่แบบยิบๆต้องเสียเงิน! 2007/1/10 ป่วยๆ
ช่วงนี้ป่วยๆ เบื่ออาหาร เห็นอะไรก็ไม่อยากกิน จะอ้วกไปหมด (แพ้ท้องแน่ๆ) อาการประหลาด เดี๋ยวปวดท้อง เดี๋ยวขี้ไม่ออก เดี๋ยวขี้ไม่หยุด เดี๋ยวก็ไข้ขึ้น ตัวร้อน นอนซม เอาเถอะ ช่างมัน มาลองดูตารางงานช่วงนี้ดีกว่านะฮะ 11 ม.ค. บอลอักษร-นิติ 12 ม.ค. งานคืนสู่เหย้าอักษร ก๊อซดูงาน ยังไม่รู้รายละเอียดเท่าไหร่ แต่แอบเสียดาย อยากไปร้องประสานเสียงหน้าพระพักตร์พระเทพฯเนาะ 19 - 26 ม.ค. หยุดกีฬามหาลัย ... แต่อย่าพึ่งดีใจไป วันที่ 22 - 26 มีกิจกรรมของคณะ คงไม่ต้องทำทุกงาน แต่ที่คิดว่าต้องทำแน่ๆคือต้องทำความสะอาดคณะ+กีฬาอักษรสัมพันธ์ 26 - 27 ม.ค. ค่ายอิตาเลียนที่นครนายก 27 ม.ค. เลี้ยงรุ่น...ยังไม่รู้เลยว่าเพื่อนห้องเรามีใครไปมั่ง จะไปดีป่าววะ? (ขี้เกียจ+ยังไม่ได้จ่ายเงินแลย) นอกจากนี้ วันที่ 11 ม.ค. ถึง 4 ก.พ. ยังมีละครประจำภาคของภาควิชาศิลปการละครเรื่อง พายุพิโรธ อีกด้วย
เมื่อเหตุการณ์ในละคร Magical Comedy เรื่องสุดท้ายของเชคสเปียร์ จะเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2562 เมื่อโรงละครจะกลายร่างเป็นเกาะร้างกลางมหาสมุทร ที่ที่อะไรก็เกิดขึ้นได้ เมื่อคุณจะได้เป็นส่วนหนึ่งของโลกในละครที่เต็มไปด้วยจินตนาการมหัศจรรย์ เมื่อ รองศาสตราจารย์นพมาส แววหงส์ เจ้าของผลงานแปลเรื่อง “ผู้ชายหลายมิติ” (A Beautiful Mind) เมื่อผู้กำกับฯ เรื่อง “รัก(ทะ)ลวงตา” “ขอโทษที่กวนประสาท” และ “อาจารย์คะ” อาจารย์ปวิตร มหาสารินันทน์ จะพบกับความท้าทายครั้งใหม่ สัมผัสประสบการณ์ใหม่ในการชมละครเวทีได้ 11 มกราคม – 4 กุมภาพันธ์ 2550 ณ โรงละครอักษรศาสตร์ ตึกอักษรศาสตร์ 4 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บัตรราคา 200 บาท (นักเรียน นักศึกษา และหมู่คณะตั้งแต่ 15 คนขึ้นไป ราคา 150 บาท) ซื้อบัตรได้ที่ ภาควิชาศิลปการละคร อักษรฯ จุฬาฯ ชั้น 8 อาคารบรมราชกุมารี สอบถามติดต่อ 0-2218-4802, 08-1559-7252 และ ThaiTempest@gmail.com ไปก๊อปมาจากเวบเค้าอีกที
2007/1/2 Road tO HATACHIคืนวันสิ้นปี แม้จะนอนปวดท้องร้องโอดครวญข้ามปี แต่ปีใหม่และวันเกิดปีนี้ ก็ยังมีอะไรดีๆอยู่ ยังมีความสุขมากมายล่องลอยอยู่รอบๆตัว
ขอบคุณพ่อแม่ที่ให้กำเนิดและเลี้ยงดูสั่งสอนเรามาได้ตั้ง ๒๐ ปี ขอบคุณคนรอบข้างทุกๆคนที่หล่อหลอมให้เรากลายเป็นเราคนนี้ ขอบคุณทุกๆโทรศัพท์ ทุกๆเมล์ ทุกๆข้อความ ที่ส่งมาอวยพร (บางคนทำเอาเซอร์ไพรส์มากๆ ประทับใจๆ) อายุครบ ๒๐ ปีบริบูรณ์ หมายถึง บรรลุนิติภาวะ แล้วสินะ
ทำไมถึงยังรู้สึกว่ามันยังไกลตัวอยู่เลยล่ะ?!
รู้สึกว่าตัวเองยังเป็นเด็กกะล็อกก๊อกแก๊ก ไร้สาระอยู่เลย (ยังไม่อยากแก่ว่างั้น?)
๑ ปีที่ผ่านมา อืมม... มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้างนะ? มาทบทวนกันดีกว่า :
● love sick กินระยะเวลายาวนานเกือบปี (ดูไม่ออกอ่ะเด้)
● เข้าเอกอิตาเลียน
● เป็นพี่เชียร์ ... ทั้งๆที่คิดว่าจะไม่เป็นแล้วนะ แต่ก็ได้อะไรมามากมาย ทั้งได้ทั้งเสียน่ะแหละ
● หัดเล่นเบส (จนถึงตอนนี้ก็ยังเป็นขั้น 'หัดเล่น' อยู่)
● เป็นหัวปี ... อันนี้ก็ไม่คิดจะเป็นแต่แรกเหมือนกัน
● จะว่าไปก็เป็นปีที่ร้องไห้บ่อยเหมือนกันนะ
● ทำงานต่างๆนานาที่ถูกโบ้ยมา คราวหลังต้องหัดปฏิเสธซะบ้าง
● เห็นมุมอื่นๆที่เราไม่เคยสังเกตเห็นของผู้คนรอบตัว เปลี่ยนทัศนคติที่มีต่อคนพวกนั้น ทั้งทัศนคติที่ดีและไม่ดี
● มีแฟน (กะเค้าซักที หึหึ)
● เรียนรู้อะไรมากมายจากการทำงานร่วมกับผู้อื่น (หึหึหึหึหึหึ)
![]() วันเกิดปีที่ ๑๘ ขอ ความกล้า .... อ่ะ ได้ละ
วันเกิดปีที่ ๑๙ ขอ ความสุข .... อ่ะ ได้แล้วเหมือนกัน
วันเกิดปีที่ ๒๐ ขอ ๓ อย่างละกันนะ
ขอให้เป็นตัวของตัวเองมากขึ้น
ขอให้ค้นพบตัวเองซักที
ขอให้สามารถนำเอาความรู้ ประสบการณ์ที่ได้สั่งสมมาตลอดเวลา ๒๐ ปี โดยเฉพาะสิ่งที่ได้จากการทำเชียร์
มาบูรณาการประยุกต์ใช้กับเรื่องอื่นๆให้ได้ผลดี และพัฒนาตัวเองยิ่งๆขึ้นต่อไป
แล้วเจอกับ แจ๊ปปี้ เวอร์ชั่น ก้าวไปสู่ความเป็นผู้ใหญ่ ได้ เร็วๆนี้ (พูดอย่างกะในการ์ตูนเลยว่ะ เหอๆๆ)
2006/12/31 Café Buongiornobis = twice
cotti = cook
BISCOTTI = การอบสองครั้ง
Yesterday after seeing the movie Night at theMuseum,instead of The Holiday, and having a lunch, we went to Cafe' Buongiorno, Sukhumvit 33.
We drank and ate so much there! Each one has at least 4 cups of coffee and a glass of red vine. They also served us the biscotti (yep, the ones that sold in STARBUCKS), cake, merinque, tiramisu and cookies and told the stories of them. It's such a very good place where you can take a seat and chill out. There're many trees, pillows (to take a nap ^^ ) and also a pond. The waiters are very friendly and kind. They let us take the biscotti home as much as we wanted ^^ All of them were 'buonissimo' and,of course, FREE! I'll add the photos very soon ^^
↑↑↑ ข้อความข้างต้น กระแดะเขียนเป็นภาษาอังกฤษ เพราะเผอิญมีคนต่างชาติเข้ามาอ่านน่ะ (^^;)
เมื่อวานได้ดูหนังเรื่อง Night at the Museum (ถ้ามาเร็วกว่านี้ก็ได้ดู The Holiday แล้วอ่ะ)
แต่หนังเรื่องนี้ก็สนุกดี ขำ น่ารัก ปิ๊งออคซี่กับเจดี้มากเลย ตัวจิ๋วๆทำหน้าหยั่งกะเด็ก ฮ่าๆ ดูเสร็จก็กินข้าวแล้วรีบจรลีไป Café Buongiorno ณ สุขุมวิท 33 ไปถึงกลายเป็นว่าทั้งเอกมากันสามคนซะงั้น เลยชวนผู้บริหารเอกสเปนมานั่งด้วย ตอนแรกแอบเกร็งเพราะดูทางก๊ารทางการ
แถมกังวลว่าจะต้อง parlare italiano กันซะแล้ว เหอๆ แต่ว่าเจ้าของร้านไม่อยู่ จะกลับมาเย็นๆ เลยไม่ได้พูด (เฮ้อ โล่งอก)
พี่ที่ร้านเอาบิสก๊อตติทั้งสิบสี่รส บิสก๊อตติเทศกาลสองรส บิสก๊อตติกินกับไวน์ คุกกี้สองรส เมอแร็งก์อีกหนึ่ง มาวางไว้บนโต๊ะ
แล้วก็อธิบายความเป็นมาของขนมที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น ยาวเป็น family tree เลย พึ่งรู้นะเนี่ยว่าเค้ามีวัฒนธรรมอย่างงี้ด้วยอ่ะ แบบว่าตระกูลนี้เป็นตระกูลทำบิสก๊อตติ ทุกคนในตระกูลต้องทำบิสก๊อตติหรือไม่ก็ขนมคนละหนึ่งอย่างเพื่อสืบทอดกันต่อไป พอเล่าเสร็จก็สอนวิธีกินบิสก๊อตติ แล้วก็เสิร์ฟกาแฟคนละสองถ้วย (ถ้วยเล็กๆเหมือนถ้วยใส่นมเติมอ่ะ) ไวน์แดงพร้อมกับแกล้ม แล้วก็กาแฟปั่นอีกสอง (แก้วนึงกาแฟปั่นธรรมดา อีกแก้วปั่นรวมกับบิสก๊อตติ) หลังจากนั้นก็ free time! แดกกันตามอัธยาศัย พี่ที่นั่นใจดีมากๆ มานั่งคุยนู่นนี่ แถมยังเอาทิรามิซูมาให้อีก (>_<)* โต๊ะที่เค้าให้พวกเรานั่งเป็นแพยื่นไปตรงบ่อ มีหมอนนุ่มๆเต็มเลย...สบายมากๆ นั่งคุย นั่งเล่น นอนเล่น ถ่ายรูป ดูแฟ้มรูปของทางร้าน สรุปคือ สนุกมาก ของกินเก๊าะอร่อยมากกกก โดยเฉพาะ ทิรามิซู เมอแร็งก์และกาแฟปั่น (≧∀≦*) ที่สำคัญ งานนี้ฟรีตลอดงาน! น่าเสียดายแทนเพื่อนๆที่ไม่ได้ไปจริงๆ หุๆๆ กินอิ่มพุงกางก็แยกย้ายกันกลับบ้าน เสียดายไม่ได้ถ่ายรูปที่สวนเบญฯ แต่ก็ดีที่คราวนี้ได้นั่งพุงป่องฟังเพลงด้วยกันแล้ว อิอิอิ 2006/12/23 eXam on X'masจะคริสตมาสแล้วสินะ~
พอนึกถึงคริสตมาสสมัยอยู่ที่โรงเรียน จะนึกถึงวัดน้อยที่ได้รับการตกแต่งให้เข้ากับเทศกาล
มีโรงนา นักบุญโยเซฟ แม่พระ พระกุมารน้อย และเหล่าสัตว์ต่างๆ พอวันที่ยี่สิบห้าธันวา จะมีพิธีตอนกลางคืน ไม่แน่ใจว่าเป็นพิธีมิสซาตามปกติรึเปล่า (ไม่ใช่แน่ๆเลย) เด็กประจำทั้งเด็กเล้กเด็กโตจะออกไปรับพร(ใช่ไหม?) แล้วเดินเป็นแถวไปด้านหลังเพื่อจูบพระกุมารและขอพร ก่อนวันที่ยี่สิบห้า ที่โรงเรียนจะมีงานคริสตมาส รู้สึกจะมีมิสซาตอนเช้าหลังเคารพธงชาติ
สวดมนต์ ร้องเพลง.... อืมม... มีแห่ด้วยรึเปล่านะ (ลืม) ที่ห้องเรียนจะมีปาร์ตี้ ทุกคนจะเอาของกินมา ทั้งของคาว ของหวาน เครื่องดื่ม พอใกล้ๆก็จะจับฉลากกัน ...และทุกปีที่มีการจับฉลาก ของที่เล็งไว้ว่า 'อย่าได้อันนี้เลย~' ก็จะได้ทุกทีไป (-_-") ที่สำคัญ คุณพ่อจะพาพระกุมารมาเยี่ยมตามห้องและให้พร พวกเราก็ต้องฝึกร้องเพลงคริสตมาสเพื่อต้อนรับพระกุมาร ถ้ามีเวลาซ้อมและไม่ขี้เกียจก็จะเลือกร้องเพลงที่ไฮโซหน่อย ...แต่ส่วนใหญ่เพลงที่ร้องจะหนีไม่พ้น จอยทูเดอะเวิลด์ กลอรีอาอินเอกเซลซิสเดโอ และ วีวิชยูอะเมอรี่คริสตมาส (--*--) พอโตๆขึ้นมาซัก ม.3 ขึ้นไป ก็จะจัดงานรวมกันทั้งชั้น ฟังเพลง เต้น เล่นเกม เต้นลีลาศกันทั้งชั้น (ขำขำ เช่น เพลงบันนี่ฮ็อบ เป็นต้น)
งานจะเลิกประมาณเที่ยงถึงบ่ายๆ ไม่เกินบ่ายสาม แล้วพวกเราก็ไปเที่ยวต่อ ก่อนหน้านั้นขึ้นไปอีกนั้น เป็นช่วงเวลาการหาซื้อของขวัญแจกเพื่อน
ซึ่งก็ไม่พ้นพวกช็อกโกแลต หรือของกุ๊กกิ๊กดูเล่นที่ใช้งานไม่ได้และมีสีแดง สีเขียว สีเงินหรือสีทอง Ah~ เทศกาลคริสตมาสแล้วสินะ~ \\(^o^)//
(จะมาอารมณ์ดีอะไรตอนนี้ยะ ได้ข่าวว่าสอบเหอะ อ๊ากกกกกส์~~~)
((เพ้อเจ้อว่ะ ไปดีกว่า
2006/12/17 "เต็มแล้วๆ"ก่อนหน้านี้... ไม่คิดจะมีภาระ
ไม่อยากหาเรื่องใส่ตัว ไม่อยากเปลี่ยนตัวเองเพื่อใคร ไม่อยากเสียเวลาคุยโทรศัพท์กับใคร (ชีวิตกูยังมีสาระอย่างอื่นให้ทำอีกมากมาย) ไม่เห็นอยากรายงานให้ใครฟังถึงความเป็นไปในแต่ละวัน ไม่อยากให้ใครมายุ่งวุ่นวาย คอยถามว่า "วันนี้ไปไหน" "ทำอะไร" "กับใคร" (มันเรื่องของกู) ไม่อยากหาภาระมาใส่ตัว
แต่...
พอถึงเวลา พอมาเจอเอง เหมือนกับกลืนน้ำลายตัวเอง อยากเปลี่ยนแปลง
อยากไร้สาระ
อยากนอนดึก อยากรายงาน อยากให้ถาม ไม่มีใครบังคับให้คอยซื้อเสบียงมาให้ตอนซ้อมละคร
ไม่มีใครบังคับให้ดูแลตอนไม่สบาย ไม่มีใครบังคับให้ออกมานั่งเป็นเพื่อนข้างนอกเพราะข้างในมันหนาว ไม่เจอกับตัวเองชั้นก็ไม่เชื่อหรอก
มันเป็นไปเอง จะบอกว่า เต็มใจ
และที่เติมมาน่ะ
เต็มแล้ว ล้นแล้ว
จริงจริง
แค่นี้แหละ
◆ ไม่เข้ารอบก็ไม่เป็นไร แค่ร้องจนจบเพลงไม่เป็นลมไปก่อนก็ดีเท่าไหร่แล้ว เพราะป่วยหนัก นอนซมทั้งวัน ตัวร้อนมากมาก (มากจริงจริง...มากจนตกใจ) ขอโทษที่วันก่อนชวนกินน้ำเย็น ขอโทษที่บอกว่าอยากให้แข่ง ขอโทษที่ทำให้กลับบ้านดึกไปด้วยนะ...
* ไม่เข้ารอบก็ไม่เป็นไร แค่อยากฟังเพลง แช่แว้บ ของพี่แดนที่จะร้องตอนรอบชิงเท่านั้นแหละ p(>_<)q
◆ ไม่เข้ารอบชิง แต่เข้ารอบในหัวใจหนูนะคะ (แหวะ) เอาไปเลย รางวัลสปิริตแรงกล้า (หรืออีกชื่อว่า รางวัลไม่เจียมตัว นั่นเอง เหอๆ)
* ขอบคุณเพื่อนเชียร์ที่กรี๊ดให้แฟนหนูและทำให้เพลงนี้ไม่เงียบน่าเบื่อ ขอบคุณที่ยุให้กูพูดกันเหลือเกิ๊น และขอบคุณ...ที่ช่วยให้ได้พูดอย่างที่คิดนะ (แม้คนที่อยู่บนเวทีจะฟังไม่รู้เรื่องก็เถอะ เหอๆ)
◆ เพลง "เติมไม่เต็ม" มันไม่เห็นเกี่ยวกะชั้นซักหน่อย ก็อุตส่าห์โยงให้มาเกี่ยวกันได้เนอะ
* ขอบคุณเพื่อนเชียร์ที่ชื่ออีตั้มกับนิดโย่วลีดจุฬาฯมากที่ช่วยไปจุดประเด็นต่อในบอร์ดอักษร กูล่ะซึ้ง (-*-)
ปล. จะไม่เขียนอะไรแต๋วๆอย่างงี้อีกแล้ว.....กูก็อายเป็นนะ! ดอก! 2006/12/7 The Kitchen God's Wife (จบ)(เมียเจ้า โดย Amy Tan)
"อะไรจะเกิดขึ้นถ้าถั่วลิสงจะกลายเป็นเมียข้างถนนไปอีกคน? นี่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับผู้หญิงที่สูญเสียสามีและครอบครัวไปไม่ใช่หรือ? ผู้หญิงจะไปทำอะไรหาเลี้ยงตัวเองได้อีกถ้าไม่มีสามี ไม่มีบ้าน" (ตัน,เอมี่ 1991: 485)
"บางทีแม่อาจผิดก็ได้ที่ไปโทษผู้หญิงอื่นสำหรับความทุกข์ของตัวเอง แต่แม่ถูกเลี้ยงมาแบบนี้...ไม่เคยคิดว่าผู้ชายหรือสังคมที่พวกเขาปกครองหรือลัทธิขงจื๊อ คนที่ทำให้เกิดสังคมแบบนี้ แม่ทำได้เพียงแต่โทษผู้หญิงคนอื่นซึ่งคงกลัวอำนาจของผู้ชายยิ่งกว่าแม่" (ตัน,เอมี่ 1991: 363)
"...ฉันรู้สึกโล่งใจอย่างประหลาด หรือว่าบางทีความโล่งใจอาจไม่ใช่ความรู้สึกก็ได้ เพราะความเจ็บปวดยังคงอยู่ที่นั่น แต่แม่ฉันกำลังจัดการกับมัน จัดการทลายกำแพงที่ฉันสร้างขึ้นเพื่อป้องกันตัวเอง เอาความโกรธ ความกลัวและความสิ้นหวังออกจากตัวฉัน...และใส่มันทั้งหมดเข้าในหัวใจของแกแทน...เพื่อที่ว่าในที่สุดฉันจะได้เห็นสิ่งที่เหลืออยู่ข้างในที่แท้จริง...ความหวัง" (ตัน,เอมี่ 1991: 557)
สะเทือนใจได้อีก... (Y_Y)
เป็นหนังสือที่สมควรอ่านมากๆ (ให้ห้าดาวเลยเห็นมะ 55)
2006/12/3 The Kitchen God's Wife(เมียเจ้า โดย เอมี่ ตัน)
"...ตาของเด็กผู้หญิงไม่ได้มีไว้สำหรับอ่านหนังสือ แต่ไว้สำหรับเย็บผ้า หูของเด็กผู้หญิงไม่ได้มีไว้ให้ฟังความคิดเห็นต่างๆ แต่ไว้สำหรับฟังคำสั่ง ปากของเด็กผู้หญิงจะต้องเล็ก และไม่ต้องถูกใช้มากนอกจากเอาไว้แสดงความขอบคุณหรือไม่ก็ขออนุญาตเท่านั้น..." (ตัน,เอมี 1991: 150)
"...เราไม่เคยได้รางวัลเพราะทำดี เพราะการทำดีคือสิ่งที่ต้องทำอยู่แล้ว..." (ตัน,เอมี 1991: 192)
"แล้วท่านก็หันมาหาแม่ 'ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป' ท่านพูดขึ้นในที่สุดด้วยสีหน้าขึงขัง 'ลูกจะต้องคิดว่าความเห็นของสามีลูกเป็นอย่างไร ความเห็นของลูกจะไม่สำคัญอีกต่อไป เข้าใจหรือยัง?' " (ตัน,เอมี 1991: 209) "...และแม่บอกว่าผู้ชายคนนั้นคิดถึงตัวเองก่อน ลูกมาเป็นที่สอง และอีกหน่อยลูกก็อาจเป็นที่สาม ที่สี่แล้วก็ไม่มีความสำคัญอีกเลยก็ได้ แต่ลูกไม่เชื่อแม่ แม่ก็เลยบอกลูกว่า ถ้าลูกมัวแต่ขอโทษขอโพยเขาในตอนนี้ ลูกจะต้องขอโทษขอโพยด้วยความเสียใจตลอดไป" (ตัน,เอมี 1991: 162)
อยากเขียนมากกว่านี้ แต่อารมณ์ตอนอ่านจบใหม่ๆกับตอนที่อ่านจบมาแล้วหนึ่งเดือนมันไม่เหมือนกันแล้วอ่ะ สรุปคือ เป็นหนังสือที่อ่านสนุกอีกเรื่องหนึ่ง ความต้อยต่ำของผู้หญิงจีนและชีวิตในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง... เฟมินิสต์ดี ชอบๆ
2006/11/22 อย่าตีหมัดบนหัวเสือหนังสือแปลอิตาเลียนหายไปไหนไม่รู้ ได้ข่าวว่าพึ่งเรียนไปหน้าเดียวเอง ต้องไปสั่งซีร็อกซ์ใหม่ใช่ไหม....
แฮนด์เอาท์+ชีทการบ้านฮิวแมนรีเลก็หายไปด้วย พรุ่งนี้ก็เรียนทั้งวัน ต้องโดดเรียนลงมาซีร็อกซ์อีกแน่ๆ....
การบ้านครูชัตก็เยอะจริง จำไม่หวาดไม่ไหวว่าต้องทำอะไรบ้าง ... แล้วทำไมไวยากรณ์อิตาเลียนมันถึงยาก+จำเยอะขนาดนี้นะ.. แอบโกรธดันเต้....
อินโทรอิ๊งลิทที่เคยคิดว่าน่าจะสนุกแบบอินโทรอิ๊งฟิค กลับกลายเป็นวิชาสุดแสนน่าเบื่อและน่าหลับ ไม่ลงเรียนโพเอทรี่ แต่ก็ต้องมาเจอในวิชานี้จนได้ อ่านเยอะ แต่แปลศัพท์ไม่ออก ตีความไม่ได้ ไม่อยากเรียน แต่ถอนไม่ได้ เพราะตัดสินใจมาโทอิ๊งแล้ว ถ้าถอนเดี๋ยวเก็บไม่ทันแล้วไปหนักเอาตอนแก่ๆ....
ซินแทกซ์...ทั้งๆที่เป็นวิชาที่น่าเรียนและน่าสนุก แต่ อ.ก็สอนแบบว่า
แปลอิตาเลียน(อินโทร) น่าสนุกที่สุดแล้ว แต่พอมาเรียนจริงก็ยังยากอยู่ดีเพราะไม่รู้วัฒนธรรมอิตาเลียน แถมหนังสือหายต้องไปตามซีร็อกซ์ใหม่อีก เซ็ง....
งานบอลปีนี้ เป็นเลขาพี่จิ๋ว...ประสานโฆษกงานบอล... ก็เข้าใจว่าเป็นก๊อซคนเดียวที่ว่างๆ และคิดว่า "ถ้าจะทำก็ทำได้แหละ" ก็เลยรับทำ ตามจริงแล้วอยากอยู่เฉยๆมากกว่า....
กับคนบางคน ในบางเวลา ไม่อยากไปสนใจ ไม่อยากทำตัวดีด้วย ไม่อยากพูดดีด้วย ไม่อยากยิ้มให้ เหมือนกับที่(เรารู้สึกว่า)เค้าทำกับเรา คิดว่า "กูไม่แคร์หรอก" ซึ่งนั่นก็ทำให้ความสัมพันธ์ที่เคยดีๆกลับแย่ลงๆ การแสดงสิ่งที่คิด-รู้สึกออกไปตรงๆ มันทำให้อีกฝ่ายรู้สึกแย่ก็จริง แต่เราก็ไม่อยากเฟคใส่นี่หว่า...
เมื่อกี๊พิมพ์จะเสร็จแล้ว อยู่ๆมันก็ขึ้นอะไรไม่รู้ แล้วไอ้ที่พิมพ์ๆไว้ก็หายไป....
หงุดหงิด หงุดหงิด หงุดหงิด.....หงุดหงิดได้อีกหนอ.....
บางทีอาจจะคิดมากไปเอง อคติไปเอง มองโลกในแง่ร้ายไปเอง
อย่าตีหมัดบนหัวเสือ....อย่าพยายามแก้ไขปัญหาที่จะทำให้เกิดปัญหาใหญ่กว่านั้น
ถ้าเราเบื่อ เซ็ง เหนื่อย แล้วคิดว่าเราเบื่อ เซ็ง เหนื่อย และทำตัวเบื่อๆ เซ็งๆ เหนื่อยๆ ต่อไป
เราก็จะเป็นคน น่าเบื่อ น่าเซ็ง น่าเหนื่อย ไปเรื่อยๆ ไม่จบไม่สิ้น...
จริงป่ะ?
2006/11/19 ความลับของงอมแงมเมื่อวานไปดูละครเด็กเรื่อง "ความลับของงอมแงม" ที่ทีเคพาร์คมา
สนุกอ่ะ ชอบ เป็นละครเด็กที่เด็กอายุสิบเก้าอย่างเราดูยังสนุก
เดาสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปไม่ได้ (หรืออาจจะเป็นเพราะความโง่ส่วนตัวก็ไม่รู้)
ยิ้ม + หัวเราะตลอดเรื่องเลย ...ฉากที่ไม่ขำก็ขำที่พี่ศรุตแอ๊บเด็ก 55
ที่สำคัญชอบบรรยากาศมากๆๆๆๆๆ เด็กๆน่ารักอ่ะ น่ารักน่ารักน่ารัก น่าร้ากกกกน่ารักๆๆ
แบบว่าดูไปเชียร์ไป บางคนกลัวก็ร้องไห้ออกมา เด็กโตหน่อยก็แซวๆแบบจะเล่นด้วย
แล้วมันมีสามสี่ตอนที่นักแสดงลงไปเล่นกับเด็ก เด็กบางคนก็เล่นด้วย เด็กบางคนก็งงๆ
พ่อแม่ก็คอยอธิบายบ้าง ถามลูกบ้างว่ารู้จักสิ่งที่พี่เขาบอกไหม
บรรยากาศครอบครัวสุขสันต์ ฉันก็พลอยมีความสุขไปด้วย
ถึงจะนั่งดูคนเดียว เหงาๆ เขินๆ ไม่มีลูกมาดูด้วยก็เถอะ
ปล. เสาร์-อาทิตย์หน้าไปช่วยงานแนะน้องมองจุฬาฯไม่ได้ละ เพราะเฮียกอล์ฟแต่งงาน
ปล.2 เบื่อ ขี้เกียจเรียนหนังสือ ขี้เกียจทำงาน ที่ผ่านมาบ้าพลังไปหน่อย ใครให้ทำอะไรก็ทำหมด ร่วมกะเค้าทุกงาน ตอนนี้รู้สึกหมดแรง ยังไม่หายเหนื่อยเลย
อยากอยู่เฉยๆจัง
(...แต่ก็ทำไม่ได้...เฮ้อ...)
2006/11/10 งานลอยกระทงจุฬาฯ ๒๕๔๙ (เล็กๆน้อยๆพอเป็นพิธี)น้องกูเลิศจริงๆ!
อันดับ ๑ กระทงประเภทสวยงาม
อันดับ ๑ ขบวนยอดเยี่ยม...ตามขนบ (๑๕ ปีซ้อนแล้วค่ะคุณขา)
เหนื่อยกันซะขนาดนี้ จริงจังกันซะขนาดนี้ ก็สมควรแล้วล่ะค่ะ
ไว้ได้ซีดีแล้วจะมาลงรูปนางนพสวยๆ กระทงสวยๆ ขบวนสวยๆ พร๊อพสวยๆ เสื้อผ้าสวยๆ สต๊าฟสวยๆ นะคะ
ปล. อัพดีเลย์ไปเกือบสัปดาห์ พึ่งมาเขียนเรื่องลอยกระทง ไม่ว่ากันๆ
2006/10/28 พูดถึงเกรดซะหน่อย เดี๋ยวจะไม่อินเทรนด์(( มาเขียนถึงผลการเรียนเอาป่านนี้ มันเลทไปรึป่าวนะ?? ))
เกรดเทอมนี้ลดลง0.01 จีแพ็กซ์ลดลง 0.02 ห่างไกลเกียรตินิยมขึ้นเรื่อยๆ
โชคดีได้เอสามตัวมาถ่วงสมดุลกับซีบวกสามตัวจากอิ๊งทั้งสามตัว (ตามคาด) อินโทรลิทแม่งโหดร้าย ไฟนอลกับรายงานวิจารณ์หนังสือไม่ช่วย แต่ไทยซิฟได้บีนะ อัศจรรย์ใจมากๆ ข้อคิดที่ได้คือ จงไปหวังเอจากวิชานอกคณะ และ ถ้าอยากได้เกรดดีๆกะเค้าบ้างก็จงอย่าทำซ่าส์ลงอิ๊งมากกว่าหนึ่งตัว
(เป็นไปได้ ไม่ลงเลยจะดีมาก --- ซึ่งมันอิมพอสสิเบิ้ลเหอะ)
คิดถูกป่าววะที่เปลี่ยนมาเป็นโทอิ๊งเนี่ย?
จบ
ปล. วันที่พาน้องไปถวายบังคมฯ แดดร้อนจริงๆๆๆๆ เอาพัดกะแว่นไปแต่ไม่ได้ใช้เลยเว้ย ฮ่วย...
ปล.2 จะเปิดเทอมแล้ว แต่ทำไมรู้สึกว่ายังไม่ได้ปิดเทอมเลยล่ะ?! ...... เหอะๆ
2006/10/22 holidays???ลัลล้า~ ปิดเทอม ปิดเทอม ปิดเทอม!
ตื่นเช้าทุกวันเลยเว้ยปิดเทอมเนี่ย!!!
สอบเสร็จ ทำงานค่าย พอเค้าไปค่ายกะว่าจะอยู่บ้านอ่านหนังสือ แต่ก็ยังไม่วายหางานใส่ตัวอีกจนได้ ทำงานลอยกระทง ปีนี้อักษรฯขอมาแบบอลังการอีกแล้ว ถึงแม้ไม่มีต้นโพธิ์แล้วมันก็ยังอลังอยู่ดี ฮ่าๆ อลังด้วยอะไรเดี๋ยวต้องรอดู (กลัวของจริงมันไม่อลังอย่างภาพที่คิดไว้ว่ะ
ว่างๆก็ไปช้อปปิ้งซื้อของ เพราะเทอมหน้าหนูจะเปลี่ยนลุคเป็นสาวกะเค้าบ้างแล้วค่ะ (จะทำได้ไหม) อยากได้รองเท้ากับกระเป๋า แต่กลับได้ของกิ๊กก๊อกกลับมาอยู่ได้ ไอ้objectiveเนี่ยไม่ได้ซักที (-_-")
เดี๋ยวพรุ่งนี้ต้องตื่นตีสี่ พาน้องไปถวายบังคมฯ
จบ
ปล. เวลาอัพไรได้ยาวๆ แสดงว่าเราอารมณ์ดี ....ไม่มีเหตุผลว่ะ
2006/10/11 think over"...the clones’ lives are STUCK in the present. They have neither the true past nor the future. All they can do is to finish their duties in the unpleasant present."
"...Hailsham gives its students wonderful childhood but in the same time everything in Hailsham is a fake (...) Even though Kathy recalls her memory at Hailsham as a beautiful childhood, in reality it is not that beautiful..." "...Although looking back at Hailsham is very painful, looking forward to the future is more painful because they have the empty future..."
"Your lives are set out for you..."
"You were brought into this world for a purpose, and your futures, all of them, have been decided."
"...There is no beautiful thing waiting for them and they have to know who they exactly are..."
↑↑ some quotes from the assignment
When i rereaded, i think the situation in the novel Never Let Me Go is the same as the one i face now. I can do nothing but think about the past, pretend to be happy with it and hope tomorrow i'll have that beautiful moment again. The past was such a beautiful fake and i know exactly what the future will be. No matter what i do, no matter how hard i try, the result will be the same. It can't be better anyway.
What SHOULD i do ?
What CAN i do ?
.....Maybe it's kinda passionate pain which i can't stand ignoring. I tried to escape for hundred times but finally i am STUCK here.
so... konomama fall shitemo ii ?
|
|
|